ขอเชิญชวนเพื่อนๆร่วมกันให้ข่าวสารกีฬาปิงปองได้ที่นี้ครับ http://sportpingpong.blogspot.com/2009/06/blog-post.html

แล้วผมจะนำขึ้นเว็บ Blog ให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้ชมกันครับ



วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

“กกท.”เซ็น 12 กีฬาพัฒนาเป็นอาชีพ




“กกท.” เอาจริง ! พัฒนากีฬาอาชีพเต็มระบบ เตรียมจับ 12 ชนิด เซ็นสัญญา ทำตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ต้องเห็นผล ใครล้มเหลวตัดทิ้ง เล็งเหลือแค่ 5 ชนิดพอ “พีระ” ลั่นปี 53 ได้เงิน “230 ล้าน” แต่จะทำให้คุ้มที่สุด เชื่อ “บอลอาชีพ” เกิดได้แน่ หากทำตามบัญญัติ 10 ประการสำเร็จ

นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์ เป็นประธานในการเปิดการสัมมนานิเทศแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาอาชีพ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ โดยมีผู้บริหารของ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย, สโมสรกีฬาอาชีพชนิดต่าง ๆ, บุคคลในวงการกีฬา ร่วมเข้าฟังกันอย่างคับคั่ง เพื่อนำควมรู้ไปพัฒนากีฬาอาชีพให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

นายพีระ กล่าวว่า หลังจากที่ กกท.ได้ร่วมมือกับ สมาคมกีฬาต่าง ๆ ในการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาอาชีพแต่ละชนิดเสร็จเรียบร้อย ในวันที่ 22 ก.ย. “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. จะมีการเซ็นสัญญา MOU (บันทึกช่วยจำ) กับนายกสมาคมกีฬาต่างๆ (แบดมินตัน, โบว์ลิ่ง, ฟุตบอล, กอล์ฟ, สนุกเกอร์, เทนนิส, ตะกร้อ, วอลเลย์บอล, เทเบิลเทนนิส, กีฬาแข่งรถยนต์, แข่งรถจักรยาน ยนต์ และ มวยไทย) เพื่อกำหนดให้แต่ละสมาคมทำการบริหารและจัดการแข่งขันให้เป็นไปทำแผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางเอาไว้ เนื่องจากระยะเวลาอีก 5 ปีต่อจากนี้ นับตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญา ทาง กกท. จะมาสรุปผลงานอีกครั้งว่า กีฬาอาชีพชนิดไหนที่จะอยู่รอด สร้างให้เป็นกีฬาอาชีพอย่างแท้จริงได้ จะได้จัดงบประมาณสนับสนุนให้อย่างเต็มที่ พร้อมกับวาง แผนยุทธศาสตร์ต่อไปอีก 10 ปีว่า จะทำอย่างไรให้กีฬาอาชีพชนิดนั้นๆ เข็มแข็ง เป็นกีฬาอาชีพที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งเงินของรัฐอีกต่อไป ซึ่งเท่าที่ประเมินกีฬาอาชีพของไทย น่าจะเหลือแค่ 5-6 ชนิดเท่านั้น

รองผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อไปว่า ส่วนแนวทางที่สมาคมกีฬาต่างๆ จะต้องนำไปปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ โดยมี กกท. ให้การสนับ สนุนนั้น ประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญ 6 อย่าง คือ 1.ระบบฐานข้อมูลกีฬาอาชีพ, 2.ระบบการบริหารการจัดกีฬาอาชีพ 3.ระบบสวัสดิการนักกีฬาและบุคลากรกีฬา 4.ระบบการแข่งขันกีฬาอาชีพ 5.ระบบการเงินและสิทธิประโยชน์ และระบบการประชาสัมพันธ์และสร้างแฟนคลับ โดยงบประมาณปี 2553 ทาง กกท. ได้จัดเงินไว้ให้กับกีฬาอาชีพทั้ง 12 ชนิด ประมาณ 230,000,000 บาท แม้ดูจะไม่มาก แต่จะจัดสรรแล้วทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

นายพีระ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ฟุตบอลอาชีพ เป็นกีฬานำร่องที่จะสร้างให้เป็นกีฬาอาชีพได้ เนื่องจากมีกระแสของแฟนบอลทั่วประเทศให้ความสนใจสนับสนุนทีมบ้านเกิดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์ ดิวิชั่น 1 หรือ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ดังนั้นจึงมีความฝันหรือบัญญัติ 10 ประการที่อยากจะเห็นฟุตบอลอาชีพของไทยในอนาคต ต้องเป็นให้ได้ตามหลัก 10 ข้อนี้ คือ 1.มีการจดทะเบียนสโมสรเป็นนิติบุคคล มีการถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2.มีหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน โดยใช้ระบบสารสนเทศที่ทันสมัย (มีเว็บไซต์ฐานข้อมูลกีฬาอาชีพ) 3.มีการจัดการแข่งขันที่เป็นระบบ ผ่านการประเมินของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ทั้ง 10 ด้าน 4.มีการบริหารสโมสรและจัดการแข่งขันอย่างมืออาชีพ 5.มี พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ 6.มีการพัฒนาบุคลากรกีฬาอาชีพอย่างเป็นระบบได้มาตรฐานสากล 7.มีสนามแข่งขันและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานมีความทันสมัย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม 8.มีการพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนถึงอาชีพ 9.มีการบริหารจัดการกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนักกีฬาและมีสวัสดิการกีฬาอาชีพ 10.มีการเปลี่ยนแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาอาชีพไปสู่การปฏิบัติ โดยทุกสโมสรจะต้องมีแผนปฏิบัติงานและมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรโมทเว็บตลาดนัด24


AlertPay